ภารกิจในการดูแลผู้พิการ
“ความหวัง” Hopes
Handling Opportuities for People with Enterprise and Social Responsibilities
สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล พร้อมที่จะทำหน้าที่หยิบยืื่นโอกาสให้กับประชาชนในฐานะหน่วยงานของรัฐ
และด้วยความรับผิิดชอบต่อสังคม
สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล กับภารกิจในการดูแลผู้พิการ
ภาพของผู้พิการที่ไม่ปล่อยให้ความบกพร่องของร่างกายมาเป็นอุปสรรคในการใช้ชีวิต เริ่มปรากฏอย่างเจนตาสู่สาธารณะ ไม่ว่าจะเป็นความพยายามเพื่อให้ได้เรียนต่อของเด็กผู้หญิงตาบอด การรับผิดชอบต่อภาระหน้าที่ยิ่งใหญ่ในการเลี้ยงดูน้องสาวของเด็กหนุ่มพิการขาขาด รวมถึงสีหน้าเปี่ยมสุขจากชัยชนะของนักกีฬาเฟสปิกส์เกม ปรากฏการณ์เหล่านี้ ทำให้สังคมไทยยอมรับในศักยภาพอันไม่มีที่สิ้นสุด และการก้าวข้ามขีดจำกัดทางร่างกาย ของกลุ่มบุคคลที่ครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ขาดทั้งแรงบันดาลใจ สิ้นไร้ซึ่งโอกาส
ในปัจจุบัน มีหลายหน่วยงานให้การดูแลและส่งเสริมการดำรงชีพของผู้พิการ อาทิ หน่วยงานหลักอย่างกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ซึ่งจัดสรรงบประมาณเพื่อดูแลคนพิการราว 1,300,000 คนทั่วประเทศ ในอัตราคนละ 800 บาทต่อเดือน นอกจากนี้ยังเปิดโอกาสให้กู้เงินเพื่อประกอบอาชีพรายละไม่เกิน 40,000 บาท โดยไม่ต้องเสียดอกเบี้ย เป็นต้น นอกจากนี้ ยังมีหน่วยงาน องค์กรมูลนิธิต่างๆ อีกมากมาย ที่ให้การสนับสนุนและเป็นกำลังใจในด้านต่างๆ
สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ก็เป็นหน่วยงานหนึ่ง ที่ตระหนักในศักยภาพของผู้พิการ และ ได้มีการดูแลส่งเสริมการดำเนินชีวิตและการประกอบอาชีพของผู้พิการอย่างสม่ำเสมอ โดยปรากฏเป็นรูปธรรมที่ชัดเจน ด้วยการจัดสรร สลากกินแบ่งรัฐบาลและสลากบำรุงการกุศล ให้แก่ผู้พิการรายย่อยรับไปจำหน่ายโดยตรง จำนวน 46,175 เล่ม จัดสรรผ่านสมาคมผู้พิการประเภทต่างๆ รวมทั้งผ่านสภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย และองค์การทหารผ่านศึก 153,927 เล่ม รวมเป็นสลากที่จัดสรรให้ผู้พิการ 200,155 เล่ม จากจำนวนสลากที่พิมพ์ออกจำหน่ายทั้งหมด 740,000 เล่ม คิดเป็นสัดส่วนสลากที่จัดสรรให้กับผู้พิการ ร้อยละ 27.04 ของจำนวนสลากทั้งหมด ทั้งนี้ เพื่อให้ผู้พิการมีอาชีพ หารายได้เลี้ยงดูตนเองและครอบครัว เป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้พิการ ลดภาระของรัฐบาลและสังคม
ภาพรวมการจัดสรรสลาก 74 ล้านฉบับ
นำไปทำอะไรบ้าง ?








สำหรับผู้พิการซึ่งลงทะเบียนกับกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ทั้งประเทศมีจำนวนประมาณ 1,600,000 ราย สำนักงานฯ ได้จัดสรรสลากผู้พิการรายย่อยกว่า 5,300 ราย และมูลนิธิ สมาคมและองค์กรผู้พิการที่ได้รับการจัดสรรสลากกินแบ่งรัฐบาลและสลากบำรุงการกุศล อีกกว่า 250 แห่ง ซึ่งมีสมาชิกรวมกันแล้วกว่าหมื่นราย โดยมีรายได้จากส่วนลดการจำหน่ายสลาก ร้อยละ 7 – 9 ก่อให้เกิดรายได้โดยรวม ไม่น้อยกว่า 56,043,400 บาทต่องวด หรือประมาณเกือบ 1,345,041,600 บาทต่อปี


นอกจากนี้ สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ยังได้จัดตั้งงบประมาณไว้จำนวนหนึ่ง สำหรับบริจาคให้กับหน่วยงาน องค์กร ตลอดจนกิจกรรมและโครงการเพื่อสาธารณกุศลและสาธารณประโยชน์ ด้านต่างๆ ซึ่งรวมถึงการสนับสนุนกิจกรรมเพื่อส่งเสริมคุณภาพชีวิตของผู้พิการในหลายๆโครงการอีกด้วย ทั้งในด้านการส่งเสริมการศึกษา การฝึกอบรม พัฒนาอาชีพ การจัดสัมมนา ประชุม รวมทั้งกิจกรรมอื่นๆ ที่จัดขึ้นโดยองค์กรของผู้พิการเพื่อประโยชน์ของสมาชิกและผู้พิการทั่วไป และการช่วยเหลือด้านกายอุปกรณ์ เช่น โครงการไม้เท้าสำหรับผู้พิการมองไม่เห็น โครงการเครื่องช่วยฟังสำหรับผู้พิการทางการได้ยิน โครงการมูลนิธิขาเทียมฯ เป็นต้น โดยในระหว่างปี 2556 – 2557 สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ได้บริจาคเงินเพื่อสนับสนุนกิจกรรมต่างๆ ของผู้พิการ เป็นจำนวนเงิน 9,126,890 บาท นอกจากนั้นยังได้ออกสลากบำรุงการกุศลให้กับหน่วยงานต่างๆ เพื่อส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้พิการ ดังนี้
2538 - 2544
โครงการขาเทียม ของ มูลนิธิขาเทียม จำนวน 100.00 ล้านบาท
โครงการก่อสร้างและปรับปรุงศูนย์บำบัดฟื้นฟูสมรรถภาพผู้พิการทางการเคลื่อนไหว ของมูลนิธิส่งเสริมคนพิการ จำนวน 115.00 ล้านบาท
2552 - 2554
โครงการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จำนวน 880.00 ล้านบาท
โครงการพัฒนาโรงพยาบาลทหารผ่านศึก "เสียสละ เพื่อผู้เสียสละ” ของโรงพยาบาลสงเคราะห์ทหารผ่านศึก จำนวน 499.00 ล้านบาท
โครงการจัดตั้งโรงงานทำขาเทียมประจำโรงพยาบาลชุมชนทั่วประเทศและการทำขาเทียม 8,400 ขา จำนวน 200.00 ล้านบาท
สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล เชื่อมั่นว่าการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้พิการอย่างยั่งยืนนั้น ต้องอาศัยความร่วมมือร่วมใจจากทุกส่วนในการก้าวพ้นข้อจำกัดทางร่างกายและเติมเต็มศักยภาพ เพื่อเข้าสู่กระบวนการเรียนรู้พัฒนาทักษะในด้านต่างๆ ซึ่งนอกจากจะเป็นการเพิ่มพูนความสามารถในการที่จะดำรงชีวิตอยู่ในสังคมอย่างมีคุณภาพแล้ว ยังเป็นทรัพยากรบุคคลที่มีคุณค่าและพร้อมที่จะเป็นส่วนหนึ่ง ในการสร้างสรรค์สิ่งดีๆ ให้กับประเทศชาติและสังคมไทยต่อไป
